คอมพิวเตอร์และระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์
คอมพิวเตอร์ คือ สิ่งที่มนุษย์สร้างขึ้นเพื่อใช้ในการสื่อสารหรือส่งข้อมูล มีพื้นฐานเปนคณิตศาสตร์ มีพื้นที่จัดเก็บข้อมูลต่างๆได้
คอมพิวเตอร์อิเล็กทรอนิกส์เครื่องแรกถูกพัฒนาขึ้นในช่วงกลางคริสต์ศตวรรษที่ 20 (ค.ศ. 1940 – ค.ศ. 1945) แรกเริ่มนั้น คอมพิวเตอร์มีขนาดเท่ากับห้องขนาดใหญ่ ซึ่งใช้พลังงานมากเท่ากับเครื่องคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคล (พีซี) สมัยใหม่หลายร้อยเครื่องรวมกัน แต่ในปัจจุบันสร้างขึ้นโดยใช้วงจรรวม หรือวงจรไอซี โดยมีความจุมากกว่าสมัยก่อนหลายเท่ามาก เป็นหลายล้านเท่าได้ แถมขนาดของตัวเครื่องก็เล็กกว่าหลายเท่าเช่นกัน อุปกรณ์ในโทรศัพท์มือถือก้ถือว่าเป็นอุปกรณ์คอมพิวเตอร์เช่นกัน และยังมีอุปกรณ์คอมพิวเตอร์แบบฝัง ใช่ในรถบังคับ เครื่องเล่นmp3 และของเล่นอื่นๆมากมายในปัจจุบัน
ไอบีเอ็ม โรดรันเนอร์ - ซูเปอร์คอมพิวเตอร์ที่เร็วที่สุดในโลกผลิตโดยไอบีเอ็ม และสถาบันวิจัยแห่งชาติลอสอะลาโมส (2551) |
ชนิดของคอมพิวเตอร์
- มินิคอมพิวเตอร์
คือ เมนเฟรมคอมพิวเตอร์ขนาดเล็ก ๆ ซึ่งสามารถบริการผู้ใช้งานได้หลายคนพร้อม ๆ กัน มินิคอมพิวเตอร์เหมาะสำหรับบริษัทหรือองค์กรขนาดกลาง หรือสำหรับแผนกหนึ่งหรือสาขาหนึ่งของบริษัทขนาดใหญ่เท่านั้น
- ไมโครคอมพิวเตอร์ (microcomputer) หรือ พีซี (personal computer หรือ PC)
-โน้ตบุ๊ค (notebook or laptop)
คือ คอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กกว่าไมโครคอมพิวเตอร์ ถูกออกแบบไว้เพื่อนำติดตัวไปใช้ตามที่ต่าง ๆ มีขนาดเล็ก และน้ำหนักเบา ในปัจจุบันมีขนาดพอ ๆ กับสมุดที่ทำด้วยกระดาษ
-เน็ตบุ๊ค (netbook or laptop)
คือ คอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กกว่าไมโครคอมพิวเตอร์และเล็กกว่าโน้ตบุ๊ค ถูกออกแบบไว้เพื่อนำติดตัวไปใช้ตามที่ต่าง ๆ มีขนาดเล็ก และน้ำหนักเบา
-อัลตร้าบุ๊ค (Ultrabook)
คือ คอมพิวเตอร์ที่มีขนาดเล็กกว่าไมโครคอมพิวเตอร์และมีขนาดเท่ากับโน้ตบุ๊ค ถูกออกแบบไว้เพื่อนำติดตัวไปใช้ตามที่ต่าง ๆ และน้ำหนักเบากว่าโน้ตบุ๊ค และเน้นความสวยงาม ทันสมัย แปลกใหม่
-แท็บเล็ต คอมพิวเตอร์ (tablet computer)
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์
ระบบเครือข่ายคอมพิวเตอร์ คือ เครือข่ายการสื่อสารโทรคมนาคมระหว่างคอมพิวเตอร์จำนวนตั้งแต่สองเครื่องขึ้นไปสามารถแลกเปลี่ยนข้อมูลกันได้
การเชื่อมโยงเครือข่ายมีด้วยกัน 2 ประเภท
1.แบบใช้สาย
2.แบบไร้สาย
สาย UTP
สายคู่บิดเป็นสื่อที่ใช้กันอย่างแพร่หลายที่สุดสำหรับการสื่อสารโทรคมนาคมทั้งหมด สายคู่บิดประกอบด้วยกลุ่มของสายทองแดงหุ้มฉนวนที่มีการบิดเป็นคู่ๆ สายโทรศัพท์ธรรมดาที่ใช้ภายในบ้านทั่วไป สายคู่บิดมาในสองรูปแบบคือคู่บิดไม่มีต้วนำป้องกัน(การรบกวนจากการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าภายนอก เรียกว่า สาย UTP แต่ละรูปแบบออกแบบมาหลายอัตราความเร็วในการใช้งานในสถานการณ์ต่างกัน
สาย STP
จะเห็น sheath ที่เป็นตัวนำป้องกันอยู่รอบนอก สายโคแอคเชียลถูกใช้อย่างแพร่หลายสำหรับระบบเคเบิลทีวี, ในอาคารสำนักงานและสถานที่ทำงานอื่นๆ ในเครือข่ายท้องถิ่น สายโคแอคประกอบด้วยลวดทองแดงหรืออะลูมิเนียมเส้นเดี่ยวที่ล้อมรอบด้วยชั้นฉนวน (โดยปกติจะเป็นวัสดุที่มีความยืดหยุ่น)และล้อมรอบทั้งหมดด้วยตัวนำอีกชั้นหนึ่งเพื่อป้องกันการเหนี่ยวนำแม่เหล็กไฟฟ้าจากภายนอก
สายใยแก้วนำแสง
เป็นแก้วไฟเบอร์ ในการส่งข้อมูล ข้อดีของของเส้นใยแสงที่ดีกว่าสายโลหะก็คือมีการสูญเสียในการส่งน้อยและคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าไม่สามารถรบกวนได้ และมีความเร็วในการส่งรวดเร็วมาก เราสามารถใช้ความยาวคลื่นที่แตกต่างของแสงที่จะเพิ่มจำนวนของข้อความที่ถูกส่งผ่านสายเคเบิลใยแก้วนำแสงพร้อมกันในเส้นเดียวกัน
2.แบบไร้สาย คือการรับส่งข้อมูลแบบไม่ต้องมีสายไฟในการรับส่ง มีดังนี้
ดาวเทียมสื่อสาร
การสื่อสารดาวเทียมผ่านทางคลื่นวิทยุไมโครเวฟที่ไม่ได้เบี่ยงเบนโดยชั้นบรรยากาศของโลก มีความสามารถในการรับและถ่ายทอดสัญญาณเสียง, ข้อมูลและทีวี
เทคโนโลยีวิทยุและการแพร่กระจายสเปกตรัม
เครือข่ายท้องถิ่นไร้สายจะใช้เทคโนโลยีวิทยุความถี่สูงคล้ายกับโทรศัพท์มือถือและเทคโนโลยีวิทยุความถี่ต่ำ และ LAN ไร้สายใช้เทคโนโลยีการแพร่กระจายคลื่นความถี่เพื่อการสื่อสารระหว่างอุปกรณ์หลายชนิดในพื้นที่จำกัด
การสื่อสารอินฟราเรด
สามารถส่งสัญญาณระยะทางสั้นๆมักไม่เกิน 10 เมตร ในหลายกรณี และจำกัดตำแหน่งการติดตั้งของอุปกรณ์การสื่อสาร
เป็นเครือข่ายที่ใช้สำหรับการสนับสนุนการใช้งานมือถือ หรือใช้ในพื้นที่ที่ดาวเทียมครอบคลุมถึง
ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น